ดีเอโก มาราโดนา หนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาลของโลกชาวอาร์เจนตินา เสียชีวิตลงในวัย 60 ปีเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เขาเป็นทั้งอัจฉริยะในสนามฟุตบอล มีชีวิตจากดินสู่ดาวอันโลดโผน บุคลิกซ่าท้าชนไม่ไว้หน้า และเกี่ยวพันเรื่องอื้อฉาวนอกสนามทั้งยาเสพติดและสายสัมพันธ์กับมาเฟีย สำหรับคนอาร์เจนตินา มาราโดนายังเป็นมากกว่าแค่นักฟุตบอล แต่เป็นศาสดา-ร็อคสตาร์ ที่เติมเต็มคำพยากรณ์แห่งวงการลูกหนัง เป็นแฟนตาซีที่กลายเป็นเลือดเนื้อแห่งความจริงของชนชาติที่เคยถูกกดขี่ กลั่นแกล้ง และต้องต่อสู้เลือดตาแทบกระเด็นเพื่อยืนทะนงในสังคมโลก ลองคิดดูว่าความตายของเขาทำให้รัฐบาลต้องประกาศหยุดงาน 3 วันให้คนทั้งชาติร่วมไว้อาลัย และก่อให้เกิดจลาจลย่อมๆ เมื่อคนจำนวนมากพรั่งพรูออกมาบนถนนเพื่อแสดงความเสียใจ

ชีวิตหวือหวาแบบนี้แทบจะพร้อมสร้างเป็นภาพยนตร์ ที่ผ่านมามีหนังสารคดีสองเรื่องที่เล่าเรื่องของมาราโดนา และถึงแม้จะไม่ค่อยเป็นสารคดีที่โด่งดังมากนัก แต่นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะไปลองหาหนังสองเรื่องนี้มาดูเพื่อเห็นด้านอื่นๆ ของตำนานลูกหนังที่เรามักคุ้นเคยกับภาพในสนาม และภาพเวลาเขาทำอะไรประหลาดๆ จนออกข่าวหรือกลายเป็นมีมขึ้นมา

เรื่องแรกคือ Maradona by Kustarica เรื่องนี้เคยฉายที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาแล้ว ผู้เขียนได้ดูที่นั่นเมื่อปี 2008 จำได้ว่านักข่าวแย่งกันเข้าไปดูกันจนเต็มโรง ชื่อหนัง Maradona by Kustarica ก็บ่งบอกชัดเจนว่า นี่เป็นหนังเกี่ยวกับดีเอโก มาราโดนา ที่กำกับโดยเอเมียร์ คัสตาริก้า ผู้กำกับหนังชาวเซอร์เบียที่โด่งดังไม่น้อยในวงการหนังยุโรปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีก่อน
ว่ากันตรงๆ หนังไม่ได้ดีเท่าไหร่ แต่ความแปร่งประหลาดของมันก่อให้เกิดทั้งอารมณ์ขัน (แบบไม่ตั้งใจ) และทำให้เห็นว่าบุคลิกล้นๆ ของมาราโดนา เหมาะเหลือเกินกับการอยู่ในหนังสารคดี

Maradona by Kustarica เป็นทั้งการยกยอปอปั้นเทพบุตรลูกหนังคนนี้ และเป็นการแสวงหาแนวร่วมทางอุดมการณ์การเมืองระหว่างตัวมาราโดนากับผู้กำกับคัสตาริก้า อุดมการณ์ที่ว่าคือการด่าโลกตะวันตก โดยเฉพาะยุโรปและนาโต้ เพราะทั้งมาราโดนาและคัสตาริกาต่างก็เป็นโจทย์กับชาติยุโรปอยู่แต่ไหนแต่ไร (มาราโดนา ตั้งแต่สงครามฟอล์คแลนด์กับอังกฤษ ส่วนคัสตาริก้าก็ไม่พอใจกรณีนาโต้ทิ้งระเบิดในสงครามโคโซโว) หนังมีความมั่ว มีความโชว์ออฟ และมีความคลั่งๆ แบบไม่รู้ตัว เป็นการปะทะกันระหว่างคนเยอะๆ สองคน และมีฉากเหวอๆ เช่น “ศาลเจ้ามาราโดนา” รวมทั้งการแสดงพฤติกรรมแปลกๆ ของเจ้าตัว ผสมกับเสียงบรรยายของคัสตาริก้า ที่ก็เป็นคนหลงตัวเองอยู่ไม่น้อย

หากมาดูตอนนี้หลังจากมาราโดนาเสียชีวิตแล้ว เชื่อว่าหนังอาจจะดูดีขึ้น เพราะมันทำให้เราเห็นแง่มุมที่นึกไม่ถึง บ้าๆ บอๆ แต่จะตีความว่าเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ก็อาจจะพอได้

สารคดีอีกเรื่องที่แนะนำคือ Diego Maradona ชื่อหนังก็ตรงๆ แบบนี้เลย ผู้กำกับคืออาซีฟ คาพาเดีย ที่เคยทำสารคดีเรื่อง Amy ว่าด้วยชีวิตบัดซบของนักร้องเอมี่ ไวน์เฮ้าส์ จนได้รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาแล้ว

Diego Maradona เป็นสารคดีที่ดูสนุก น่าติดตาม และน่าจะถูกใจแฟนบอล หนังใช้เทคนิคเดียวกับ Amy คือการเอาภาพฟุตเตจข่าว สารคดี โฮมมูฟวี่ และอื่นๆ มาปะติดปะต่อโดยมีเสียงคนที่ถูกสัมภาษณ์คลออยู่ข้างหลัง หนังเล่าประวัติชีวิตของเขาโดยมุ่งประเด็นเจาะจงไปที่ช่วงทศวรรษที่ 1980 ช่วงที่มาราโดนาไปค้าแข้งกับทีมนาโปลีในอิตาลี และทำให้ทีมกลางๆ ที่มักถูกค่อนขอด กลายเป็นทีมแกร่งถึงขั้นได้แชมป์ลีกอิตาลี นอกจากนั้นยังโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างมาราโดนากับมาเฟียคาโมร่าอันทรงอิทธิพลในเมืองเนเปิ้ล และการที่เขาพัวพันกับกิจกรรมใต้ดินมากมาย ความหวือหวาบ้าบอในการใช้ชีวิตนอกสนาม และความเก่งกาจไร้เทียมทานในสนาม ทำให้มาราโดนากลายเป็นตัวละครที่มีแต่ความขัดแย้งในตัวเองอย่างที่สุด และหนังเองก็ไม่สามารถให้คำตอบกับคำถามมากมายที่มาราโดนาทิ้งไว้เบื้องหลัง

ถึงแม้ Diego Maradona จะไม่ได้ไปไกลถึงออสการ์เหมือน Amy แต่ถือว่าเป็นหนังที่น่าจะครบถ้วนและมีชั้นเชิงที่สุดที่พูดถึงตำนานลูกหนังโลกและชีวิตอันผกผัน-ขึ้นลงราวรถไฟเหาะของเขา ดูแล้วคิดถึงมาราโดนาแน่นอน และเป็นการคิดถึงที่ทำให้เราทั้งเศร้า ทั้งหัวเราะ และทั้งขนลุกไปกับชะตาชีวิตที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย