ดูหนังออนไลน์: Ashfall นรกล้างเมือง หนัง Ashfall หรือชื่อไทยว่า นรกล้างเมือง ภัยพิบัติสั่นสะเทือนแผ่นดินเกาหลีเกิดขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด เมื่อภูเขาไฟเพ็กตูที่สูงที่สุดในเกาหลีเกิดปะทุขึ้นส่งขี้เถ้าขึ้นไปสูงถึงชั้นบรรยากาศ เกิดวิบัติไปทั้งกรุงโซลและกรุงเปียงยาง เพื่อรับมือกับหายนะครั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดชาวเกาหลีใต้ (ฮา จองอู Along with the gods, The Handmaiden) ต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่พิเศษชาวเกาหลีเหนือ (อี บยองฮอน G.I.Joe , I saw the devil) และนักธรณีวิทยาอันดับหนึ่งของประเทศ (มา ดงซอก Train to Busan, Along with the gods) เพื่อหยุดยั้งเหตุวินาศที่อาจจะทำให้เกาหลีหายไปจากแผนที่โลก สร้างโดย Dexter Studios ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Along with the gods

Ashfall – นรกล้างเมือง เป็นหนังสัญชาติเกาหลี ที่บอกเล่าเรื่องราวของภูเขาไฟเพ็กตูที่ได้เกิดปะทุขึ้นมา และอาจทำให้ทั้งกรุงโซลและกรุงเปียงยางหายไปจากแผนที่ จึงจำเป็นต้องหาทางรับมือ โดยได้รับการแนะนำจากนักธรณีวิทยา โดยให้ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดร่วมมือกับเจ้าหน้าที่พิเศษไปทำภารกิจหยุดภัยพิบัติครั้งนี้

ถ้าดูจากแค่ตัวอย่างนึกว่านี่คือหนังภัยพิบัติอย่างพวก The Day After Tomorrow, The Wave, 2012 อะไรทำนองนี้ แต่พอดูแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นแหะ มันคือหนังที่เอาภัยพิบัติมาเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่งของหนังเท่านั้น หนังไม่ได้โฟกัสความวินาศสันตะโรของภูเขาไฟปะทุนี่เท่าไหร่ มีแค่ประมาณไม่ถึง 10% ของหนังได้ ที่เหลือจะเป็นการปฏิบัติภารกิจของพระเอกเสียมากกว่า

จริงๆ หนังเปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์ภัยพิบัติออกมาได้ดีเลยนะ แต่ CG ช่วงต้นดูลอยๆ ชอบกล ก็มีจุดที่ดูดีบ้าง แต่หลายจุดก็ไม่ ดูแบบมีครบวัตถุดิบที่หนังแนวนี้ควรจะมี ทั้งการเอาตัวรอด แบ่งเล่าเรื่องหลายๆ ส่วน แต่หนังดั๊นไปโฟกัสและให้ความสำคัญผิดจุดจริงๆ

หนังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติภารกิจของกลุ่มพระเอก แอ็คชั่นเอยอะไรเอยมากเกินไป จนหลายๆ ครั้งเราลืมไปเลยว่านี่มันเกิดภัยพิบัติอยู่ คือไอ้กลุ่มพระเอกเนี่ยมันต้องทำภารกิจบางอย่างแข่งกับเวลาเพื่อช่วยกอบกู้ประเทศชาติอะไรทำนองนี้ แต่ระหว่างทางที่ทำภารกิจเราไม่ได้รับรู้หรือสัมผัสกับอันตรายของภัยพิบัตินั้นเท่าไหร่เลย ไม่ว่าจะการเกิดหรือผลกระทบต่างๆ ก็ตาม คือก็มีบ้างแหละ แต่น้อยแบบน้อยมากจริงๆ เสียดายที่หนังอุตส่าแบ่งเรื่องราวออกเป็นหลายส่วนให้เล่าแล้วแท้ๆ แต่หนังดันเลือกเล่าในมุมนั้น มันสามารถเล่าให้มันวินาศสันตะโรกว่านี้ได้อะ แต่หนังอยากจะเล่าภารกิจแบบนั้นอะ ตลอดทั้งเรื่องเลยกลายเป็นความรู้สึกที่น่าเสียดายแทน ระหว่างทางมันยังขาดฉากแบบหึ้ย ตื่นเต้น ลุ้นตัวเกร็งไรงี้ด้วย คือถ้ามันจะเน้นหนักภารกิจมันก็ได้แหละ แต่ความรู้สึกส่วนตัวคือภูเขาไฟปะทุ มันดูรุนแรงตอนต้นเรื่อง ถ้าหยิบความรุนแรงและผลกระทบจากเหตุการณ์เหล่านั้นใส่ๆ มาให้เหล่าตัวละครเอกได้เผชิญระหว่างภารกิจมาเรื่อยๆ นะ มันจะดีกว่านี้มาก

หนังยังมีฉากที่ดูแล้วแบบจั้มหลายฉากมาก มีฉากนึงที่แบบเห็นได้ชัดเลยเกี่ยวกับตัวนางเอก คือตอนแรกเจออันนี้ จนไปนี้ แล้วมาโผล่นี่ เอ๊า อะไรวะ มันไปไงมาไงของมัน ที่สำคัญเรายังไม่รู้สึกอยากเอาใจช่วยตัวละครพวกนั้นเลยจริงๆ จุดคอนฟลิกหรือความดราม่าในเรื่องนี้อ่อนมากกับทุกตัวละครเลย มันไม่สามารถทำให้อินได้จริงๆ บทจะคลี่คลาย แก้ปัญหาก็ลงเอยง่ายเหลือเกิน

ถือว่าเรื่องนี้เอาดารามาเรียกแขกก็ว่าได้ ทว่าดันน่าเสียดายมากที่แต่ละคนไม่ได้มีฉากให้โชว์ของหรือแสดงความสามารถสักเท่าไหร่ เอาจริงๆ พวกเขาก็รับผิดชอบและแสดงหน้าที่ตัวเองได้ดีนะ ก็มีแค่ ฮา จองอู (ที่เคยเล่นเป็นหัวหน้ายมทูต Along With the Gods) กับ อี บยองฮอน (สตอร์ม ชาโดว์จาก G.I. Joe) เท่านั้นแหละที่เด่นๆ แต่ก็ไม่ได้มีฉากให้น่าจดจำอะไร ที่เหลือกลายเป็นตัวประกอบไปเลย มา ดงซอก (จาก Train to Busan) ก็ไม่ได้ทำอะไรมากเลย โดยเฉพาะ เบ ซูจี เอาชื่อมาขายชัดๆ ไม่แน่ใจว่าตัวเธอกับฉากภัยพิบัติอะไรออกมาเยอะกว่ากัน